หน้าต่างเป็นองค์ประกอบของบ้านที่ช่วยให้เรามองเห็นบรรยากาศภายนอก แต่บางครั้งแสงแดดที่ส่องเข้ามาก็ทำให้เรารู้สึกไม่สบายสักเท่าไร หรือบางทีเราก็ต้องการความเป็นส่วนตัวบ้าง ฉะนั้น เราจึงมีตัวช่วยที่เรียกว่า “ม่าน” แม้หน้าต่างในแต่ละส่วนของบ้านจะมีข้อจำกัดต่างกันไป แต่เราก็มีวิธีติดม่านให้ดูสวยเก๋แถมมีประโยชน์ใช้สอยลงตัวในคราวเดียวมาฝากกัน 1. หน้าต่างบานเล็ก...อยากใหญ่ ใครกำลังกลุ้มใจว่าหน้าต่างที่บ้านบานเล็กเกินไป เรามีวิธีแก้ปัญหาง่ายๆด้วยการติดผ้าม่านสองชั้น โดยเหนือกรอบหน้าต่างด้านบนติดราวผ้าม่านให้เลยออกนอกกรอบบานไปหน่อย จะให้ความรู้สึกว่ากว้างกว่าความเป็นจริง จากนั้นหาผ้าม่านผืนที่สองมาต่อกับชายผ้าม่านผืนแรกโดยให้ยาวจรดพื้น จะช่วยให้หน้าต่างดูยาวขึ้น แนะนำให้เลือกใช้ผ้าพลิ้วๆที่ทิ้งตัวในโทนสีอ่อนๆหรือมีลายเล็กๆจะแจ่มมาก เพราะผ้าม่านแบบนี้ช่วยเพิ่มเนื้อที่บนผนัง หากใช้ผ้าหนักที่มีลวดลายและสีแรงๆ จะทำให้ห้องดูอึดอัดและไม่สบายตา 2. เพดานเตี้ย...แต่อยากสูง สำหรับห้องที่มีเพดานไม่สูง ซ้ำร้ายหน้าต่างยังบานเล็ก ไม่เต็มผนัง แถมบานหน้าต่างยังซอยย่อยเป็นช่องๆ ทำให้ผนังดูเตี้ยลงและไม่สวยงามอีก อย่าเพิ่งปวดสมอง เพราะเราสามารถแก้ไขได้ด้วยการทำกรอบหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดาน จากนั้นก็ติดผ้าม่านไบล์นแนวตั้งหรือมู่ลี่แนวตั้งที่สามารถปรับองศาได้ แค่นี้ก็ช่วยหลอกตาให้หน้าต่างดูยาวและเพดานดูสูงขึ้นด้วย 3. สองชั้น...สองความรู้สึก ไอเดียนี้เหมาะสำหรับคนสองอารมณ์ คืออารมณ์หนึ่งฉันอยากได้แสงสว่าง แต่อีกอารมณ์ฉันไม่อยากได้แล้ว แนะนำให้ติดมู่ลี่ไม้หรืออะลูมิเนียมที่ในชั้นในสุดก่อน แล้วปิดทับอีกชั้นด้วยผ้าม่านที่กรองแสงได้ เลือกความโปร่งของผ้าตามปริมาณแสงที่ต้องการ ทั้งนี้เพราะการทำม่านสองชั้นสามารถควบคุมแสงสว่างที่ลอดผ่านเข้ามาภายในห้องได้ดีกว่าชั้นเดียว โดยมู่ลี่แม้มีประโยชน์ช่วยหรี่แสงได้ (สำหรับกรณีที่ต้องการแสงสว่างบ้าง) แต่ไม่ได้กันแสงแดดร้อยเปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นเวลาที่ไม่ต้องการให้แสงเข้ามารบกวน เราก็ดึงผ้าม่านมาปิดเสีย แสงแดดก็จะไม่ส่องแยงตาให้รำคาญใจ 4. ทบกันเพื่อความเป็นส่วนตัว การติดม่านแบบทบไขว้กันไปมาแบบนี้มีข้อดีคือ แสงไม่สามารถลอดเข้ามาตามรอยต่อของผ้าม่านได้ ซึ่งคงถูกใจผู้ที่ชอบความเป็นส่วนตัว หรือผู้ที่ชอบนอนตื่นสาย แต่ไอเดียนี้อาจต้องใช้ผ้าเยอะสักหน่อย เพราะเท่ากับว่ามีผ้าถึงสองชั้น ม่านแบบนี้ไม่มีรอยจีบ ดูเรียบๆแต่ก็เก๋ ถ้าใช้ผ้าสีสดๆจะดูสวยแปลกตาดี หรือหากเลือกใช้ผ้าสีเข้มและหนาติดในห้องโฮมเธียเตอร์ จะช่วยกันแสงได้ถึงสองชั้น เป็นการช่วยลดแสงสะท้อนได้อีกทาง 5. ม่านกางได้คล้ายหน้าต่าง ม่านแบบนี้เปิดแบบกางออกได้เหมือนหน้าต่าง ไม่มีผ้ามาเกะกะตรงกรอบบานเหมือนผ้าม่านแบบอื่นๆ พอเปิดกางไปติดผนังแล้วก็กลายเป็นส่วนตกแต่งผนังได้อีก หน้าต่างแบบนี้ถ้าอยากให้ดูเด่น ผนังด้านข้างควรเป็นผนังเรียบหรือทาสีสด ไม่เหมาะกับผนังติดวอลล์เปเปอร์ที่มีลวดลาย เพราะรูปทรงของม่านจะไปปนกับลายบนผนังจนดูรกตา 6. ระย้าไม่ต้องหรู ม่านบอลลูนหรือม่านระย้าแบบที่ใช้ในโรงละคร เรามักเห็นบ่อยในบ้านสไตล์หลุยส์ที่ใช้ผ้ากำมะหยี่หนาๆทึบๆ แม้จะดูสวยหรูแต่ก็เป็นที่เก็บฝุ่นชั้นดี ลองเปลี่ยนมาใช้ผ้าโปร่งที่ดูบางเบาหรือใช้ผ้าลายดอกไม้สีอ่อนก็จะดูหรูน้อยลงหน่อย ซึ่งเข้ากับบ้านสไตล์คอนเทมโพรารีได้เป็นอย่างดี ม่านแบบนี้เหมาะกับหน้าต่างที่มีขนาดใหญ่หรือมีหลายบานติดกัน และห้องที่ใช้ควรมีเพดานสูง แต่ก็ไม่จำเป็นต้องทำเป็นม่านผืนใหญ่เหมือนเวทีละครด้วยนะ แบ่งเป็นส่วนๆเพื่อการปรับแสงเข้าเฉพาะบริเวณก็ได้ 7. ม่านติดตู้ มุมหน้าต่างที่อยู่ติดกับตู้สูงหรือตู้หนังสือปรับเป็นมุมอ่านหนังสือเล็กๆริมหน้าต่างได้ค่ะ เลือกใช้ม่านโรมันเชดพับเก็บอยู่ด้านบนของหน้าต่าง ซึ่งเราทำเป็นกล่องซ่อนราวม่านให้เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ได้ เช่น ทำเป็นชั้นวางของเสียเลย ม่านแบบนี้เมื่อปิดลงมาจะดูเรียบเป็นแผ่น และไม่กินที่ด้านข้างหน้าต่าง 8. ม่านจัดฉาก 9. ม่านเหนือหัวเตียงบ้านใครที่วางแอร์แบบตั้งพื้นติดกับหน้าต่าง สามารถอำพรางแอร์ได้อย่างแนบเนียนด้วยการทำฉากกั้นให้กลมกลืนไปกับผ้าม่านด้านหลัง โดยเลือกใช้สี ลาย และวัสดุเดียวกัน หรือทำให้มุมนี้กลายเป็นจุดเด่นของห้องเสียเลย ด้วยการใช้ผ้าม่านลายกราฟิกสวยๆต่อลายกับฉากกั้นให้ต่อเนื่องกัน ดูแปลกตาแต่ก็เข้ากันได้เป็นดี ห้องที่มีพื้นที่จำกัดและต้องจำใจหันหัวเตียงไปชนด้านที่มีหน้าต่าง แก้ปัญหาแสงส่องแยงตาและฝุ่นผงลงหน้าได้ด้วยการติดผ้าม่านแบบรางเลื่อนไว้กับขอบหน้าต่าง นอกจากช่วยบังแสงจากภายนอกแล้ว ยังเป็นภาพศิลปะตกแต่งหัวเตียงไปในตัวด้วย แต่ถ้ากลัวแสงแดดจะรบกวน อาจติดผ้าม่านสองชั้นก็ได้ ใช้ผ้าม่านไบล์นในชั้นแรก ส่วนด้านในเป็นบานเลื่อนผ้าหนาๆทับอีกชั้น เพียงเท่านี้ไม่ว่าแดดยามไหนก็ไม่สามารถเข้ามาได้ 10. ม่านเหนือหัวเตียง ไอเดียนี้เหมือนข้อ 9. แต่ทำเป็นแผ่นไม้กรุผ้าหรือวอลล์เปเปอร์แทน เลือกลายสวยๆจะทำหน้าที่เหมือนภาพเขียนประดับหัวเตียง ดูไม่ออกว่ามีหน้าต่างซ่อนอยู่หลังบานเลื่อนนั้น ขอบคุณข้อมูลจาก : www.baanlaesuan.com |
ผ้าม่าน จำหน่ายและ ติดตั้งผ้าม่าน กับผ้าคลุมโต็ะ เก้าอี้ ม่านปรับแสง, ผ้าม่าน, ม่านปรับแสง, ม่านม้วน, พรม, ผ้าคลุมโต๊ะ, ผ้าคลุมเก้าอี้ม่านม้วน, พรม, ผ้าคลุมโต๊ะ, ผ้าคลุมเก้าอี้
วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2553
10 ไอเดีย ทำม่าน
เลือกผ้าม่านอย่างไร ให้เหมาะกับบ้าน
| เลือกผ้าม่านอย่างไร ให้เหมาะกับบ้าน |
หน้าที่ของหน้าต่าง ช่วยให้แสงส่องผ่านเข้ามาในบ้าน แต่บางครั้งแดดแรงเกินไป ก็ต้องหาอะไรมาบังแดดบ้าง ที่สำคัญต้องสวยด้วย หน้าที่อย่างนี้ต้องให้ยกให้ ผ้าม่าน ทำหน้าที่แทนคุณแล้วล่ะ
หน้าต่างเป็นส่วนประกอบสำคัญคู่กับบ้าน ที่เป็นส่วนช่วยลดและเพิ่มแสงได้ในบางเวลาที่คุณต้องการ โดยผ่านวัสดุที่เลือกใช้ในการบังแสงแดดในยามที่บ้านต้องรับแสงแดดเต็มๆ
ผ้าม่านหน้าต่าง เลือกให้เหมาะ
หน้าต่างเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่มีอยู่คู่บ้าน รูปร่างหน้าตาก็ย่อมมีความแตกต่างกันไปตามลักษณะของตัวบ้าน เมื่อมีหน้าต่างหรือช่องแสงแล้วในบางครั้งเมื่อมีแสงสว่างมากเกิน ไป อย่างในช่วงบ่ายซึ่งเป็นช่วงที่อากาศร้อน และมีแสงสว่างมากกว่าช่วงอื่นของแต่ละวัน จำเป็นที่จะต้องหาวัสดุมาช่วยกรองหรือกั้นแสง แดดจากภายนอกให้ลดน้อยลง และวัสดุที่ว่านั้นก็คือ “ผ้าม่าน”นั่นเอง
นอกจากจะช่วยกันแสงแดดแล้ว ผ้าม่านยังให้ความเป็นส่วนตัวภายในบ้าน ซึ่งหน้าต่างหรือช่องแสงกระจกใสไม่สามารถช่วยได้
การเลือกแบบผ้าม่านที่จะให้เข้ากับลักษณะของการตกแต่งภายในนั้นอาจดูเป็นของง่าย เช่น ความคิดที่ว่าการเลือกสีของม่านควรให้เข้ากับสีของผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ แค่นี้ก็เป็นอันใช้ได้
หากคิดแค่นี้ก็คงไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่การที่บ้านจะดูสวยงามได้นั้นนอกจากปัจจัยต่าง ๆ ที่ประกอบเข้ากันแล้วยังควรต้องคำนึงถึงบรรยากาศภายในบ้านที่จะช่วยส่งเสริมกันอีกด้วย
การทำม่านแต่ละแบบ จะขึ้นอยู่กับสไตล์ของเฟอร์นิเจอร์ และสภาพโดยทั่วไปของห้องด้วย แต่จะให้บอกเป็นกฎเกณฑ์ตายตัวว่า แบบม่านเช่นนี้ ต้องใช้กับเฟอร์นิเจอร์แบบนี้ ก็คงเจาะจงไม่ได้ เพราะเรามีการตกแต่งแบบผสมผสานกันระหว่างเก่ากับใหม่ หรือมีการประยุกต์ใช้กัน ตัวอย่างบางกรณีที่ไม่อาจจัดรวมกันได้ เช่น เฟอร์นิเจอร์อย่างหนึ่ง แบบม่านกลับไปเป็นอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งดูแล้วขัดตา ไม่สวย แถมยังใช้เงินเกิน ความจำเป็นด้วย
อย่างเช่นลักษณะของเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านของคุณเป็นแบบธรรมดา ๆ เป็นพวกเก้าอี้หวาย แต่คุณกลับไปเลือกม่านจับจีบห้อยระบายแบบหลุยส์ รวมทั้งชนิดของผ้าม่านและลวดลายของผ้าด้วย อย่างนี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถเข้าคู่กันได้ หรือคุณเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบสมัยใหม่
แต่กลับไปเลือกผ้าม่านเป็นลูกไม้โปร่งแบบโบราณ ก็ไปกันไม่ได้อีกเช่นกัน
แต่กลับไปเลือกผ้าม่านเป็นลูกไม้โปร่งแบบโบราณ ก็ไปกันไม่ได้อีกเช่นกัน
การเลือกแบบผ้าม่านให้เข้ากับสไตล์การตกแต่งก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะมันต่างก็เป็นองค์ประกอบที่จะทำให้เกิดความสวยงามและสมบูรณ์แก่บ้าน แต่ละสไตล์ก็จะมีแนวทางการทำผ้าม่าน ไม่เหมือนกัน เช่น แบบจีนหรือแบบตะวันออกนิยมทำเป็นมู่ลี่ไม้ไผ่ หรือบางท้องถิ่นก็จะใช้ผ้าที่ทอขึ้นมาเองที่มีใช้กันในท้องถิ่นเป็นผ้าม่าน หากเป็นแบบตะวันตกที่เป็นแบบ โบราณตามยุคสมัยต่าง ๆ ลักษณะของผ้าม่านก็จะแตกต่างกันไปบ้าง
แต่งบ้านให้สวยด้วย ผ้าม่าน
แต่งบ้านให้สวยด้วย ผ้าม่าน |
บ้านแต่ละหลังในโครงการค่อนข้างน้อย การสร้างบ้านจะอยู่ในลักษณะชิดติดกัน ล้อมรั้วด้วยรั้วลักษณะโปร่ง ๆ ซึ่งบางครั้งทำให้ความเป็นส่วนตัว ของบ้านแต่ละหลังมักจะถูกรบกวนทางสายตาจากเพื่อนบ้านได้ ดังนั้นความจำเป็นและความสำคัญของม่านจึงเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นในในการตกแต่งบ้านปัจจุบันม่านได้รับการพัฒนาออกแบบให้มีความเหมาะสมและสวยงามเหมาะกับรูปแบบบ้านแต่ละหลังแต่ละสไตล์ ประโยชน์ใช้สอยของม่านนอกจากเพื่อความสวยงามแล้ว ยังสามารถช่วยกรองแสงสว่างจากธรรมชาติที่สาดส่องเข้ามาในห้องอันเป็นการช่วยลดความร้อนที่จะเข้าสู่ตัวบ้านและนอกจากนี้ยังช่วยบทบังทัศนียภาพที่ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ
ผ้าม่านมีอยู่หลายแบบหลายประเภท แต่ที่นิยมใช้กันมีอยู่ 2 แบบ คือ
1. แบบเคอร์เท่น ( CURTAIN ) คือการนำผ้าผืนใหญ่มาทบเป็นจีบร้อยเข้ากับห่วงกลม แล้วแขวนกับราวม่าน ใช้งานโดยการรูดปิด - เปิด สามารถเลือกลวดลายสีสันและชนิดของผ้าได้ไม่จำกัด
2. แบบไบล์น ( BLINDS ) คือม่านมีลักษณะแบบบังตา ทดมาเป็นชั้น ๆ ใช้งานโดยการชักขึ้น – ลง เช่น ม่านแบบโรมันไบล์น เป็นต้น นอกจากนี้ในปัจจุบันมีม่านอีกหลากหลายประเภทคือ ม่านปรับแสงมีลักษณะเป็นแผ่นม่านยาวนำมาเรียงต่อกัน มีทั้งแบบแนวตั้งและแนวนอน สามารถเปิดปิดและปรับองศาใบม่านเพื่อเปลี่ยนปริมาณการรับแสงได้สำหรับวัสดุที่ใช้ทำใบม่านอาจะทำจากผ้า,พลาสติก หรือแผ่นโลหะนอกจากนี้ยังมี มู่ลี่ ที่ทำจากไม้ไผ่ หวาย หรือผ้า แม้จะมีม่านในหลาย ๆ ลักษณะทั้งแบบผ้าและวัตถุอื่น ๆ แต่นักตกแต่งบ้านส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกม่านที่ทำจากผ้าเพราะนอกจากมีราคาย่อมเยาแล้วยังให้ความนุ่มนวลอ่อนโยนอีกด้วย
ผ้าม่านมีอยู่หลายแบบหลายประเภท แต่ที่นิยมใช้กันมีอยู่ 2 แบบ คือ
1. แบบเคอร์เท่น ( CURTAIN ) คือการนำผ้าผืนใหญ่มาทบเป็นจีบร้อยเข้ากับห่วงกลม แล้วแขวนกับราวม่าน ใช้งานโดยการรูดปิด - เปิด สามารถเลือกลวดลายสีสันและชนิดของผ้าได้ไม่จำกัด
2. แบบไบล์น ( BLINDS ) คือม่านมีลักษณะแบบบังตา ทดมาเป็นชั้น ๆ ใช้งานโดยการชักขึ้น – ลง เช่น ม่านแบบโรมันไบล์น เป็นต้น นอกจากนี้ในปัจจุบันมีม่านอีกหลากหลายประเภทคือ ม่านปรับแสงมีลักษณะเป็นแผ่นม่านยาวนำมาเรียงต่อกัน มีทั้งแบบแนวตั้งและแนวนอน สามารถเปิดปิดและปรับองศาใบม่านเพื่อเปลี่ยนปริมาณการรับแสงได้สำหรับวัสดุที่ใช้ทำใบม่านอาจะทำจากผ้า,พลาสติก หรือแผ่นโลหะนอกจากนี้ยังมี มู่ลี่ ที่ทำจากไม้ไผ่ หวาย หรือผ้า แม้จะมีม่านในหลาย ๆ ลักษณะทั้งแบบผ้าและวัตถุอื่น ๆ แต่นักตกแต่งบ้านส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกม่านที่ทำจากผ้าเพราะนอกจากมีราคาย่อมเยาแล้วยังให้ความนุ่มนวลอ่อนโยนอีกด้วย
ข้อแนะนำในการเลือกผ้ามาทำเป็นม่านและเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับม่านมีดังนี้
- ควรเลือกใช้เนื้อผ้าที่มีคุณภาพดี เพื่อความคงทนต่อการรับแสงแดดในระยะยาวและควรเลือกผ้าม่านเนื้อหนาซึ่งจะมีความทนทานกว่าผ้าเนื้อบาง
- เส้นใยจำพวกโพลีเอสเตอร์และอะครีลิค ทนแดดได้ดีกว่า ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าลินินและไนลอน
- การใช้ผ้าม่านสองชั้นและผ้าม่านที่มีซับใน จะช่วยลดปัญหาผ้าสีจืดจางเพราะรังสียูวี ( uv ) ของแดดลงได้
- ควรซักผ้าม่านเพียงปีละครั้ง และใช้วิธีดูดฝุ่นสัปดาห์ละครั้งเป็นการทำความสะอาดแทน
วิธีเลือกสีและลวดลาย ผ้าม่าน
วิธีเลือกสีและลวดลาย ผ้าม่าน |
วิธีเลือกสีและลวดลาย ผ้าม่าน ในการเลือกผ้าม่านเพื่อนำมาแต่งบ้านนั้นนอกจากเพื่อความสวยงามและช่วยกันความร้อนจากแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างได้แล้ว จะต้องพิจารณาที่ความเหมาะสมระหว่าง สี, ขนาดและลวดลาย รวมทั้งวิธีการติดตั้งที่แฟน ๆ คนรักบ้านเลือกใช้ว่าเข้ากันได้กับความกว้างยาวของกรอบหน้าต่างหรือเปล่าด้วย ในการเลือกผ้าม่านสำหรับหน้าต่างที่มีขนาดกว้างนั้น ถ้าต้องการให้ขอบหน้าต่างที่ดูกว้าง ๆ ของคุณดูแคบลง ก็สามารถทำได้โดยใช้วิธีการแบ่งผ้าม่านออกเป็นช่อ ๆ หลายส่วน ไม่ควรใช้ผ้าที่มีขนาดใหญ่ติดกันเป็นผืนเดียวเพราะจะทำให้หน้าต่างที่กว้างอยู่แล้วยิ่งดูกว้างขึ้น ลวดลายของผ้าม่านสำหรับหน้าต่างที่มีขนาดกว้างนั้นควรเลือกใช้ผ้าม่านที่มีลวดลายในแนวตั้งก็สามารถช่วยให้หน้าต่างขนาดกว้างนั้น ดูแคบลงได้เหมือนกัน ส่วนการเลือกผ้าม่านสำหรับหน้าต่างที่มีขนาดเล็ก ไม่ควรเลือกใช้ผ้าที่ลายดอกใหญ่ ๆ เพราะจะทำให้หน้าต่างยิ่งดูเล็กและแคบมากไปกว่าเดิม และไม่ควรใช้ผ้าม่านที่มีความยาวจนเกินไปจะทำให้ดูรุ่มร่ามและไม่สวยงาม การเลือกผ้าม่านสำหรับหน้าต่างที่มีขนาดสูง ควรเลือกใช้ผ้าม่านที่มีความกว้างมากกว่าขอบหน้าต่าง ลวดลายที่ใช้ควรเป็นลวดลายในแนวนอน เพื่อช่วยลดความสูงของหน้าต่างลง และหากสามารถเลือกใช้ผ้าม่านที่มีลักษณะพิเศษเพื่อเป็นการดึงความสนใจไปยังจุดเหล่านั้นแทน เช่น ผ้าม่านที่มีขอบอยู่รอบด้านนั้นจะช่วยทำให้หน้าต่างดูกว้างขึ้นได้ คนรักบ้านพอมีเวลาเลือกซื้อเลือกหาผ้าม่านมาตกแต่งเพื่อสร้างบรรยากาศใหม่ ๆ ให้กับบ้าน ที่สำคัญก็อย่าลืมดูที่ความเหมาะสมและประโยชน์ใช้สอยรวมทั้งการดูแลรักษาไปพร้อม ๆ กับความชอบพอในผ้าม่านแบบต่าง ๆ ด้วยนะค่ะ นอกจากจะเพิ่มความสวยงามให้กับบ้านแล้ว ยังช่วยแก้ไขจุดบกพร่องของหน้าต่างบ้านของแฟน ๆ คนรักบ้านได้อีกด้วย ขอบคุณข้อมูลจาก : www.bloggang.com |
วิธีเลือกซื้อผ้าม่าน
วิธีเลือกซื้อผ้าม่าน
1.ความหนาแน่น (โครงสร้างผ้า) วิธีกำหนดมาตรฐานของผ้า ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความหนาแน่นและน้ำหนักผ้า ปกติจะตรวจได้จากเส้นยืน และเส้นพุ่ง ต่อ 1 ตารางนิ้ว โครงสร้างผ้าที่มีจำนวนเส้นยืนและเส้นพุ่งมาก จะทำให้ผ้าแน่นและมีน้ำหนักสูง2.น้ำหนักผ้า ในขณะที่ผ้าในท้องตลาดมีราคาแตกต่างกันมาก หากแม้นจะดูโดยตาเปล่าก็ยากที่เปรียบเทียบดูคุณภาพ วิธีตรวจสอบโดยการชั่งน้ำหนักผ้า 2 วิธี ดังนี้ 1. น้ำหนักผ้าต่อหลา |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)